1. ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) มี 3 ระดับ
ข้อสอบชอบหลอกถามว่าสถานการณ์นี้อยู่ในระดับไหน ให้จำแยกเป็น 3 ข้อชัดๆ:
- ความหลากหลายทางพันธุกรรม (Genetic Diversity): ความต่างภายในสิ่งมีชีวิต “ชนิดเดียวกัน” เช่น คนเรามีสีผิวไม่เหมือนกัน, แมวมีหลายสายพันธุ์, ข้าวมีทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว
- ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ (Species Diversity): ความต่างของ “จำนวนชนิด” สิ่งมีชีวิตในพื้นที่หนึ่ง เช่น ในป่าชายเลนมีทั้งปูแสม ปลาตีน ต้นโกงกาง และนกกระยาง อยู่ร่วมกัน
- ความหลากหลายทางระบบนิเวศ (Ecological Diversity): ความต่างของ “แหล่งที่อยู่อาศัย” บนโลก เช่น มีทั้งระบบนิเวศป่าดิบชื้น ทะเลทราย แนวปะการัง และทุ่งหญ้าสะวันนา
2. บทบาทหน้าที่ในระบบนิเวศ (ต้องแยกให้ขาด)
- ผู้ผลิต (Producer): สิ่งมีชีวิตที่ “สร้างอาหารเองได้” โดยการสังเคราะห์ด้วยแสง เช่น พืชสีเขียว สาหร่าย และแพลงก์ตอนพืช (ถือเป็นจุดเริ่มต้นของพลังงานทั้งหมด)
- ผู้บริโภค (Consumer): สร้างอาหารเองไม่ได้ ต้องกินสิ่งมีชีวิตอื่น
- กินพืช (Herbivore) เช่น วัว กระต่าย
- กินสัตว์ (Carnivore) เช่น เสือ งู
- กินทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore) เช่น คน ไก่ หมี
- กินซากสัตว์ (Scavenger) เช่น แร้ง
- ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ (Decomposer): ตัวแปรสำคัญที่ปล่อยเอนไซม์ออกมาเปลี่ยนซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นแร่ธาตุกลับคืนสู่ดิน เช่น เห็ด รา และแบคทีเรีย (จำดีๆ: พวกนี้ไม่ได้กินซากแบบแร้ง แต่ย่อยสลายภายนอกแล้วดูดซึม)
3. ห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) VS สายใยอาหาร (Food Web)
- ห่วงโซ่อาหาร: การกินต่อกันเป็นทอดๆ เป็นเส้นตรงเส้นเดียว เช่น หญ้า $\rightarrow$ ตั๊กแตน $\rightarrow$ กบ $\rightarrow$ เหยี่ยว
- ทริคข้อสอบ: หัวลูกศรจะหันไปทางผู้กินเสมอ (เพราะพลังงานพุ่งไปหาคนกิน)
- สายใยอาหาร: ห่วงโซ่อาหารหลายๆ ห่วงมารวมกัน ยุ่งเหยิงและซับซ้อน
- คีย์เวิร์ด: ระบบนิเวศที่มี “สายใยอาหารซับซ้อนสูง จะมีความมั่นคงและสมดุลมากที่สุด” เพราะถ้าสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตายไป สัตว์อื่นยังมีทางเลือกไปกินอย่างอื่นแทนได้ บ้านเมืองไม่พังทลายง่ายๆ
4. กฎ 10 เปอร์เซ็นต์ (10% Law) ของการถ่ายทอดพลังงาน
เมื่อสิ่งมีชีวิตกินกัน พลังงานจะถูกส่งต่อไปยังลำดับถัดไปแค่ 10% เท่านั้น ส่วนอีก 90% จะสูญเสียไปในรูปของพลังงานความร้อนและการใช้ชีวิตของตัวมันเอง
ตัวอย่างโจทย์: ถ้า “หญ้า” มีพลังงาน 1,000 แคลอรี “ตั๊กแตน” ที่มากินหญ้าจะได้พลังงานไปเท่าไหร่?
- คำตอบ: 10% ของ 1,000 คือ 100 แคลอรี (ยิ่งอยู่ปลายห่วงโซ่อาหาร ยิ่งได้พลังงานน้อยลง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสัตว์ผู้ล่าตัวใหญ่ๆ ถึงมีจำนวนน้อยในธรรมชาติครับ)